วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2554

ประวัติ คริสติน่า อากีล่าร์






ในปี 2554 คริสติน่า อากีล่าร์ กำลังจะมีคอนเสิร์ต 20 ปี คริสติน่า อากีล่าร์ โดย A-time Showbiz จัดที่ Royal Paragon Hall ในวันที่ 4 และ 5 มิถุนายน 2554ประวัติ
คริสติน่า ซุปเปอร์สตาร์นักร้องสาวของเมืองไทย เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2509 เป็นบุตรสาวของโทนี่ อากีล่าร์ นักดนตรีที่มีชื่อเสียงชาวฟิลิปปินส์ กับมากาเร็ต อากีล่าร์ มารดาชาวฝรั่งเศส จบการศึกษาปริญญาตรีด้านเลขานุการการบริหารจากฝรั่งเศส คริสตีน่าเคยเข้าประกวดนางสาวไทย พ.ศ. 2527 โดยใช้ชื่อในการประกวดว่า ตรีจินดา อากีล่าร์สกุล[1] โดยในปีนั้น เรวัติ พุทธินันท์ เป็นพิธีกร[ต้องการอ้างอิง]
ต่อมาเธอก้าวสู่วงการบันเทิงโดยคำชักชวนของเรวัติ ซึ่งรู้จักกับคุณพ่อของเธอ อัลบั้มแรกชุดนินจา คริสติน่า (21 ธันวาคม 2533) ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี มีโปรดิวเซอร์อย่าง ชาตรี คงสุวรรณ เพลงที่ฮิตมากๆ แล้วทำให้คนทั้งประเทศได้รู้จัก ก็คือ เพลง นินจา, พลิกล็อก, ขอคืน, ประวัติศาสตร์, หัวใจขอมา , เปล่าหรอกนะ ฯลฯ ส่งผลให้ยอดขายอัลบั้มชุดนี้ขายได้เกินหลักล้าน ถือเป็นนักร้องหญิงคนแรกที่ทำได้ในขณะนั้น
อัลบั้มที่ 2 "อาวุธลับ" ได้รับรางวัล MTV Asian Viewers Choice Award จากมิวสิควีดีโอเพลงจริงไม่กลัว ซึ่งการตัดสินรางวัลในช่วงเวลานั้น จะทำการโหวตนักร้องรวมทั้งทวีปเอเชีย ไม่มีการแยกเป็นประเทศอย่างเช่นในปัจจุบัน และผู้ชนะจะได้รับเกียรติเดินทางไปรับรางวัลที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยคะแนนโหวตส่วนใหญ่ ที่ส่งให้เธอได้รับรางวัลนี้ มาจากประเทศอินเดีย แม้ในอัลบั้มชุดนี้จะไม่เปรี้ยงปร้างเท่าชุดที่แล้วแต่ยอดขายและความนิยมจากประชาชนต่อคริสติน่า ยังมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และคริสติน่าได้ไมเคิล หว่อง มาแสดง MV ในเพลง "เวลาไม่ช่วยอะไร" และ "อย่าให้ถึงวันนั้นเลย" รวมถึงมอสที่มาแสดงใน MV เพลง"เสียใจ เสียฟอร์ม"
ม.ค. ปี 2537 อัลบั้มชุดที่ 3 ชื่อชุด "Red Beat รหัสร้อน" เป็นอัลบั้มที่สร้างยอดขายมากกว่าหนึ่งล้านชุดอีกครั้ง มีเพลงฮิตอย่าง ไม่ยากหรอก (ได้คุณ แอม เสาวลักษณ์ และ คุณ มาช่า วัฒนพานิช มาร่วมเป็นคอรัสแบบไม่เป็นทางการด้วย),ไปด้วยกันนะ , นาทีที่ยิ่งใหญ่ , รักเธอที่สุด ,เลิกเหอะ ,ไม่มีใครขอร้อง
ในปลายปี พ.ศ. 2537 เธอได้ร่วมงานกับ ธงไชย แมคอินไตย์ ร่วมกับอีก 5 สาวในอัลบั้ม "ขนนกกับดอกไม้" และปลายปี 2538 ยังได้มีส่วนร่วมได้อัลบั้ม "6.2.12" ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากจนทำยอดขายได้ถึง 2 ล้านตลับ ศิลปินที่ร่วมงานในโปรเจกต์นั้นได้แก่ คุณ อมิตา ทาทา ยัง, มอส, เจ, นัท มีเรีย และ วงบอยแบนด์ UHTซึ่งคริสติน่าได้ร้องไว้สองเพลงคือ "แล้วมารักกันต่อ" และ "ฉันจะรอดู" และในปีเดียวกันนั้น คริสติน่าได้ร้องเพลงเพลง "มีเพียงแต่เธอ" ประกอบละครเรื่องรักหลอกๆ (อย่าบอกใคร)และเป็นอีกหนึ่งบทเพลงที่ประสบความสำเร็จ
ปี 2540 อัลบั้มชุดที่ 4 ชื่อชุด "Golden Eye" มีเพลงฮิตอย่าง อย่ามองตรงนั้น , ฝากความยินดี , พูดอีกที, ไม่ต้องขอบใจ(ยอดขายล้านตลับ และสร้างสถิติ นักร้องหญิงไทยคนแรกที่ขายเทปได้ล้านตลับ ถึง 3 อัลบั้ม)และคริสติน่ายังได้ร่วมแต่งทำนองเพลงในเพลง ใต้ผ้าห่มอุ่น ซึ่งได้รับความนิยมเช่นกัน
ในปี2541 ได้มีอัลบั้มพิเศษอย่าง CHRISTINA REMIX ซึ่งนำเพลงเก่าของเธอมาทำดนตรีใหม่ รวมถึงการนำเพลงของนักร้องท่านอื่นมาร้องใหม่ และที่พิเศษมีการแต่งเนื้อเพลง "ไม่ยากหรอก" เป็นภาษาอังกฤษ
ปี 2542 กับอัลบั้มชุดที่ 5 "5th Avenue" เป็นเพลงแนวพ็อพ-วาไรตี้ มีเพลงที่ดังในช่วงนั้นเช่น รออีกนิดนึง ,หนึ่งนาที ,อุ่นใจ ในปีเดียวกันเธอได้ร่วมงานกับนักร้องชาวอังกฤษ Sarah Jane Fearnley ในอัลบั้มพิเศษชุด You Are The One
ปี 2544 อัลบั้มชุดที่ 6 "Dancing Queen" ซึ่งทำออกมาในภาพลักษณ์หรูหราผสมกับแนวเพลงอิเล็คโรนิคพ็อพ เพลงอาจไม่ค่อยติดหูคนฟังเท่าชุดก่อนๆแต่ทุกเพลงมีการใช้เทคนิคทางดนตรีอย่างมาก ภายใต้การทำงานของโอม ชาตรี คงสุวรรณ สังกัด RPG ในขณะนั้น อย่างเพลง "คิดผิดคิดใหม่" ซึ่งทำ MV ออกมาได้อลังการมาก
ในปี 2546 อัลบั้มชุดที่ 7 "Paradise" ที่ได้กลิ่นอาย แทงโก้ และลาตินมีเพลงที่ได้รับความนิยมอย่างเพลง สวรรค์อยู่ที่ใจ , ห้องเดิม , อยากฟังคำนั้นตลอดไป
ปี 2547 เธอได้สวมบทบาทจากนักร้องมาเป็นพิธีกรครั้งแรกในชีวิตของเธอ ในรายการ UNSEEN TV ทางช่อง 3 ร่วมกับ ดีเจโจ้(เสียชีวิตแล้ว) และ คุณวู๊ดดี้ ซึ่งออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 14.15 น.อยู่ระยะสั้นๆ
อัลบั้มชุดที่ 8 "C.Space" ออกในปี 2550 อัลบั้มชุดนี้เป็นที่พูดถึงในเรื่องของเครื่องแต่งกายโดยเฉพาะแว่นตาเพชร และเพลง An Everlasting Love ซึ่งเป็นเพลงที่โปรโมท ได้รับการพูดถึงอยู่ช่วงหนึ่ง
ปี 2552 เธอจับมือกับ "ราชินีป็อบร็อค" ใหม่ เจริญปุระ ออกอัลบั้ม Mai - Tina Beauty on The Beat มีซิงเกิ้ลเพลงแรกที่ร้องคู่กันในเพลง "BURN" จากนั้น ทั้งคู่ได้เปิดการแสดงคอนเสิร์ต ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2552 โดยมี Buddha Bless, ชิน ชินวุฒิ อินทรคูสิน, สิงโต สิงหรัตน์ จันทรภักดี และนิชคุณ หรเวชกุล เป็นแขกรับเชิญ โดยเฉพาะกับนิชคุณ คริสติน่าโดนวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องของการแสดงบนเวทีที่ดูไม่เหมาะสม ซึ่งเธอได้ออกมาให้สัมภาษณ์ภายหลังว่าเป็นอุบัติเหตุในการแสดง ไม่ได้ตั้งใจแต่อย่างใด นอกจากที่ใหม่ และติ๊นาร้องเพลงร่วมกันในเพลง เบิร์นแล้ว ในอัลบั้มชุดนี้มีเพลงพิเศษที่แต่งใหม่อีกคนละหนึ่งเพลง (มีใจก็รักกันได้ - ใหม่และ Invisible - คริสติน่า)และเพลงคัฟเวอร์อีกคนละหนึ่งเพลง (ฝุ่น - ใหม่, รักเธอจริงจริง - คริสตินา) และมีซิงเกิ้ลล่าสุดเป็นเพลงช้าที่ร้องร่วมกัน เพลง ฉันกับเขาและคืนนี้ โดยอัลบั้มเต็มวางแผงไปเมื่อ 26 พฤศจิกายน 2552
ในปี 2553 คริสติน่า อากีล่าร์ ขึ้นคอนเสิร์ตร่วมกับนักร้องอีกหลายท่าน อาทิ ทาทา ยัง ใหม่ เจริญปุระ โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ มาช่า วัฒนพานิช แดน วรเวช เจตริน วรรธนะสิน เบน ชลาทิศ อันเป็นความร่วมมือของ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และโซนี่ มิวสิค (ประเทศไทย) เพื่อรำลึกถึงราชาเพลงป๊อบของโลกผู้ล่วงลับ ไมเคิล แจ็คสัน ในวันที่ 21 -22 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี และในปีเดียวกันนั้นเอง เมื่อเดือนพฤษภาคม คริสติน่า อากีล่าร์ ได้ร่วมเพลง ขอความสุขคืนกลับมา แต่งโดย นิติพงษ์ ห่อนาค เนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบในกทม. และให้ดารานักแสดงและนักร้องหลายท่านมาร่วมร้องเพลงนี้

ในวันที่ 21 ธันวาคม 2553 เป็นวันครบรอบ 20 ปีของการทำงานในวงการเพลงของคริสติน่า อากีล่าร์ (อัลบั้มนินจาคริสติน่า วางแผง 21 ธันวาคม 2533)

ในปี 2554 คริสติน่า อากีล่าร์ กำลังจะมีคอนเสิร์ต 20 ปี คริสติน่า อากีล่าร์ โดย A-time Showbiz จัดที่ Royal Paragon Hall ในวันที่ 4 และ 5 มิถุนายน 2554

Christina Medley - พลิกล็อค DARE TO DANCE 10

Christina Medley - พลิกล็อค DARE TO DANCE 10

ไม่อยากจะเชื่อเลย คริสติน่า อากีล่าร์ The Beat Concert

Christina Aguilar- Pai Duay Gun Na

Christina Aguilar คริสติน่า อากีล่าร์ พลิ๊กล็อค อัลบั้ม นินจา Ninja

Christina Aguilar คริสติน่า อากีล่าร์ นินจา อัลบั้ม นินจา Ninja

วันพุธที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2553

การขยายพันธุ์ไผ่ตงลืมแล้งโดยการตอนกิ่งแบบง่ายๆ

“ไผ่ตงลืมแล้ง” บางท่านอาจจะนึกภาพไม่ออกว่ามีลักษณะอย่างไร สำหรับไผ่ตงลืมแล้งขณะนี้กำลังได้รับความนิยมจากเกษตรกรที่นำมาปลูกเนื่องจากเป็นพืชตระกูลไผ่ที่มีการออกหน่อตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นหน้าแล้งก็ตาม ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ไผ่ตงลืมแล้งเป็นที่นิยมของเกษตรกรที่ทำการปลูกไผ่อยู่ตอนนี้ และไผ่ตงลืมแล้งนั้น เป็นไผ่ที่ได้นำเข้าจากประเทศอินโดนีเซีย ไผ่ตงลืมแล้ง ต้นสูงได้กว่า 20 เมตร ลำต้นตรง เป็นข้อหรือปล้อง ขนาดของลำต้นใหญ่ เนื้อไม้หนา ยอดอ่อน หรือ หน่ออ่อนมีเปลือกหุ้มสีเขียว ไม่มีขน หน่อที่โผล่เหนือดินเรียกว่า “หน่อไม้ไผ่ตง” เนื้อในรสชาติหวานกรอบอร่อยมาก ขนาดของหน่อโตเต็มที่มีน้ำหนักเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 5-7 กิโลกรัมต่อหัว มีหน่ออ่อนตลอดทั้งปี ไผ่ตงลืมแล้งจะมีลักษณะเด่น คือ ทนแล้ง น้ำท่วมยังไงก็ไม่ตาย ไม่มีหนามไม่มีขน ออกหน่อตลอดทั้งปี กินน้ำน้อยมาก ที่สำคัญไผ่ตงลืมแล้งจะชอบอากาศร้อนชื้น จะเป็นไผ่ที่ไม่ผลัดใบ ใบไผ่จะเขียวตลอด และหน่อไม้หรือหน่ออ่อนของไผ่ตงลืมแล้งจะมีหน่อยาวใหญ่ มีสีทอง รสชาดดี กรอบ กินดิบได้ เนื้อแน่นละเอียด เวลานำไปแกงหรือต้มก็ไม่ต้องต้มน้ำทิ้งก็ได้ ลักษณะพิเศษของไผ่ตงลืมแล้งอีกอย่างหนึ่งคือ กอของไผ่ตงจะไม่ลอยเหมือนกับไผ่พันธุ์อื่นๆ เวลาออกหน่อจะช้อนลงดินก่อนแล้วค่อนโผล่ขึ้นมา จะออกเป็นหน่อแฝดหรือออกหน่อคู่ และถ้ามีน้ำช่วยหน่อยหน่อไม้ที่ออกมาจะไม่ขม

เกษตรกรจังหวัดลพบุรีปลูกไผ่ตงลืมแล้งที่ประสบความสำเร็จจากการปลูกไผ่ตงลืมแล้ง คุณทองสุข เหมหอมวงษ์ นั้นเองเกษตรกรจังหวัดลพบุรีปลูกไผ่ตงลืมแล้งที่ประสบความสำเร็จจากการปลูกไผ่ตงลืมแล้ง คุณทองสุข เหมหอมวงษ์ นั้นเอง

               นายทองสุข  เหมหอมวงษ์ เกษตรกรตำบลโคกตูม  อำเภอเมือง  จังหวัดลพบุรี และมีความเชี่ยวชาญทางด้านการปลูกไผ่ตงลืมแล้งเจ้าแรกของภาคกลางและสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ 
              นายทองสุข กล่าวว่า  เดิมเป็นคนจังหวัดลพบุรี  เมื่อก่อนก็ทำไร่เหมือนคนอื่นๆในแถบนี้ แล้วก็หันมาขับรถรับจ้างทั่วไปพอเก็บเงินได้สักพักช่วงนั้นเศรษฐกิจกำลังดีเลยลงทุนทำร้านขายรถมือสอง  ขายได้ดีและรายได้ก็ดี  แต่พอปี 2540เศรษฐกิจตกต่ำขาดทุนกับการขายรถมือสองไปเยอะแต่ยังเหลือทุนพอประมาน  จึงหันมาทำการเกษตรที่ตนเองคิดว่าถนัดเลยไปซื้อโคขุนมาเลี้ยงจำนวน 50ตัว  ที่เลี้ยงโคขุนเพราะคำแนะนำของเพื่อน พอเลี้ยงไปได้ 6เดือน ก็ขาดทุนอีกครั้ง  จึงได้คิดหาทางออกหลายทาง แต่แล้วก็ทนพิษเศรษฐกิจไม่ไหวจึงได้ปรึกษากับภรรยา  ทางภรรยาก็ให้กำลังใจและให้ตนหยุดพักเสียก่อน  ระหว่างที่หยุดพักนั้นก็ได้มีโอกาสหันมาทำการเกษตรในบริเวณบ้าน  แล้วไปสะดุดเห็นไผ่ตงลืมแล้งที่ได้ซื้อมาปลูกไว้ในบริเวณบ้านจำนวน 5กิ่ง ครั้งที่ได้ซื้อมานั้นราคากิ่งละ 200บาท ตอนที่ได้ซื้อคนขายแนะนำว่าเป็นไผ่ที่มาจากอินโดนีเซียไม่ค่อยมีคนรู้จัก  จึงได้เอามาปลูกไว้ช่วงที่เลี้ยงโคขุนไปด้วยนั้นเอง  พอมาวันหนึ่งนั่งพักแล้วหันไปมองต้นไผ่เห็นว่าต้นไผ่นี้ทำไมช่วงแล้งๆก็มีหน่อไม้ออกมาทั้งๆที่น้ำก็ไม่มี  จึงได้ลองเอามาปลูก  และขยายพันธุ์จนสำเร็จและมีคนสนใจในที่สุด  นี่คือที่มาของการปลูกไผ่ตงลืมแล้งนั้นเอง

                      พื้นที่การปลูกไผ่ตงลืมแล้งของคุณทองสุขนั้นมีทั้งหมด 13ไร่  โดยได้แบ่งเป็นพื้นที่ 2ที่คือ  บริเวณหลังบ้านจำนวน 2ไร่  และอีกพื้นที่หนึ่งพื้นที่ทั้งหมด 11ไร่  ความยาว 500เมตร  ปลูกไผ่ตงลืมแล้งไว้ทั้งหมด 1,176กอ  โดยปลูกด้วยมือตนเองทุกกอ การปลูกและขยายพันธุ์ไผ่ตงลืมแล้งอย่างจริงจังใช้เวลาผ่านมาแล้ว 3ปี และได้รายได้จากไผ่ตงลืมแล้งนี้กว่าล้านบาท
                    นายทองสุข แนะนำว่า ไผ่ตงลืมแล้งจะมีหน่อออกตลอดทั้ง 365วัน  รับรองว่าใครที่ปลูกไผ่ตงลืมแล้งไว้อยากกินหน่อไม้เมื่อไรก็สามารถเดินไปหลังบ้านแล้วตัดหน่อไม้กินเองได้ หน่อไม้หรือหน่ออ่อนของไผ่ตงลืมแล้งนั้นมีน้ำหนักประมาณ 2กิโลกรัมขึ้นไป  รสชาติดีไม่ขม  เนื้ออ่อน  เห็นหน่อไม้ลำใหญ่ๆแบบนั้นกินได้ตั้งแต่โคนถึงยอดเลย  แล้วที่สำคัญหน่อไม่ไผ่ตงลืมแล้งไม่มีพิษหรือสารเคมีสามารถตัดหน่ออ่อนออกมาก็สามารถชิมได้เลย

การขยายพันธุ์ไผ่ตงลืมแล้งโดยใช้กิ่งแขนงปักชำ
                   กิ่งแขนงของไผ่ก็คือ กิ่งที่แยกออกจากลำต้นไผ่ตรงบริเวณข้อ ซึ่งโคนกิ่งแขนงจะมีรากงอกเห็นได้ การใช้กิ่งแขนงขยายพันธุ์เป็นวิธีการที่ได้รับความนิยมเพราะสะดวกและง่าย
การคัดเลือกกิ่งแขนงเพื่อทำการปักชำ มีวิธีการคัดเลือกดังนี้
      1.ให้เลือกกิ่งแขนงที่มีขนาดใหญ่พอสมควร โดยเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1นิ้วขึ้นไป
      2.กิ่งแขนงไผ่ที่เลือกนั้นให้สังเกตุที่รากของกิ่ง  ให้เลือกรากของกิ่งแขนงที่มีสีน้ำตาลหรือน้ำตาลอมเหลืองและมีรากฝอยแตกจากรากแขนงแล้ว
      3.ให้เลือกกิ่งแขนงที่มีอายุ 4-6เดือน ถ้าเป็นกิ่งค้างปียิ่งดี
ขั้นตอนในการปักชำกิ่งแขนงของไผ่ตงลืมแล้ง
วัสดุ-อุปกรณ์
1.แกลบดำ
2.ถุงเพาะชำ  ขนาด 4x6  จำนวนตามที่ต้องการปักชำกิ่ง
3.กะละมังใส่น้ำไว้แช่กิ่งแขนงไผ่
4.มีด
ขั้นตอนและวิธีการปักชำ
1.เมื่อได้คัดเลือกกิ่งแขนงแล้ว ทำการตัดแยกกิ่งแขนงออกจากลำไผ่ จากนั้นตัดปลายกิ่งออกให้เหลือยาว 80-100เซนติเมตร
2.เตรียมถุงเพาะชำ  โดยใส่แกลบดำให้เต็มถุงปักชำ นำมาเรียงเป็นแถวเพื่อให้สะดวกต่อการปัก
3.นำกิ่งแขนงที่ได้ตัดมานั้น ปักชำลงในถุงเพาะชำที่ได้เตรียมไว้ กดแกลบให้แน่นพอสมควรแล้วรดน้ำ  จากนั้นนำไปวางไว้ใต้ร่มไม้หรือใต้ร่มไผ่ก็ได้ หมั่นดูแลรดน้ำทุกวันหรือวันเว้นวัน
4.หลังจากปักชำแล้วประมาณ 2-3 เดือน กิ่งแขนงที่ชำไว้จะแตกแขนงใบและราก ตั้งตัวได้และมีความแข็งแรง พร้อมที่จะย้ายลงปลูกได้
อ้างอิง  http://www.rakbankerd.com/

โรคนกกระทาและการป้องกันรักษา

 
 วิธีป้องกันรัษาโรคต่างๆ ก็คล้ายคลึงกับไก่และเป็ด ซึ่งต้องอาศัยหลักและวิธีการปฎิบัติต่างๆ ทั้งการระวังไม่ให้เชื้อแพร่เข้ามา และต้องมีการรักษาสุขภาพอนามัยตลอดการ วิธีการเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อการป้องกันเชื้อโรค สำหรับนกที่มาจากภายนอกฟาร์มควรกักไว้ต่างหากสักระยะหนึ่งก่อนที่จะเข้ามารวมกับนกในฝูง เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เป็นการนำโรคจากภายนอกเข้ามาในฝูง

วันไหว้พระจันทร์

วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี เป็นวันไหว้พระจันทร์ของชาวจีน
          ภาษาจีนเรียกวันไหว้พระจันทร์ว่า" จงชิว " ที่มาของคำว่าจงชิวนี้คือ เดือนแปดตามปฏิทินจันทรคติตกอยู่ช่วงกลางฤดูใบไม้ร่วง (เดือนเจ็ดและเดือนแปดอยู่ในฤดูใบไม้ร่วง หนึ่งฤดูแบ่งเป็น เมิ่ง จ้ง จี้ ) ดังนั้นก็เลยเรียกว่า " จ้งชิว " ประกอบกับวันขึ้นสิบห้าค่ำเดือนแปดก็ตกอยู่ในช่วงกลางของเวลาที่เรียกว่าจ้งชิวนี้ จึงเรียกเทศกาลดังกล่าวว่า" จงชิว " ด้วย
          ในคืนวันไหว้พระจันทร์ ดวงจันทร์สว่างและกลม ถือว่าสวยที่สุด ผู้คนถือว่าดวงจันทร์ที่กลมเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของความสามัคคี ดังนั้นจึงเรียกเทศกาลนี้ว่า " เทศกาลแห่งความกลมเกลียว "
          เทศกาลไหว้พระจันทร์เป็นเทศกาลดี เป็นเทศกาลที่มีความเกี่ยวข้องกับตำนาน เรื่องดวงจันทร์ของชาวจีนอย่างแนบแน่น เช่นเรื่อง " ฉังเอ๋อเหินสู่ดวงจันทร์ " ถือว่าเป็นเรื่องที่มีชื่อเสียงมาก

          วันไหว้พระจันทร์ เป็นการไหว้ครั้งที่ 6 ของปี เรียกการไหว้ครั้งนี้ว่า "ตงชิวโจ่ย" การไหว้พระจันทร์ของคนจีน เป็นที่รู้จักกันดีกว่าเทศกาลไหว้อื่นๆ เพราะมีเรื่องราวที่น่าสนใจ เป็นการไหว้เจ้าแม่กวนอิม และมีของไหว้ที่เป็นแบบเฉพาะ เช่นมีขนมไหว้พระจันทร์ มีต้นอ้อย โคมไฟ เทศกาลนี้เป็นอุบายในการปลดแอกชาติจีน ออกจากการปกครองของพวกมองโกล
          วันไหว้พระจันทร์ ถือเป็นวันสารท เพราะตรงกับวันกลางเดือน คือวันที่ 15 ถ้าเป็นตรุษจะเป็นวันที่ 1 ของเดือน ตรงกับวันที่ 15 เดือน 8 ของจีน และถือเป็นวันกลางเดือนของเดือน กลางฤดูใบไม้ร่วง ด้วยว่าประเทศจีนนั้นแบ่งวันเวลา เป็น 4 ฤดูกาล ฤดูหนึ่งมี 3 ดวง คือ ชุง แห่ ชิว ตัง คือฤดูใบไม้ผลิ ฤดูฝน ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว ตามมลำดับ
 
ตำนานวันไหว้พระจันทร์
          ขนมที่ทำมาเป็นพิเศษในเทศกาลไหว้พระจันทร์นี้ก็คือ ขนมเปี๊ยก้อนใหญ่พิเศษ ไส้หนา มีขนมโก๋สีขาว ขนมโก๋สอดไส้ ขนมโก๋สีเหล์อง เมื่อไหว้เสร็จก็แบ่งกันรับประทานในครอบครัว
เรื่อง " ฉังเอ๋อเหินสู่ดวงจันทร์ " ปรากฎเป็นครั้งแรกในยุคต้นของสมัยจั้นกว๋อ ( สมัยสงครามระหว่างรัฐ ) เล่าเรื่องราวของฉังเอ๋อที่ได้กินยาอายุวัฒนะของเจ้าแม่ซีหวังหมู่ แล้วไปเป็นเทวีแห่งดวงจันทร์ เมื่อถึงสมัยราชวงศ์สุยและถัง เนื่องจากผู้คนในสมัยนั้นมีความนิยมที่จะชื่นชมดวงจันทร์ว่าสวยและดูน่ารักใคร่ ดังนั้นทัศนะที่มีต่อฉังเอ๋อผู้ซึ่งอาศัยอยู่บนดวงจันทร์ว่าเป็นผู้ที่อ่อนหวาน สวยงาม ฉลาด มีจิตใจดีงาม มีความสามารถในการร้องรำ เป็นต้น มีตำนานอีกเรื่องที่เล่าถึงเทวีแห่งดวงจันทร์ว่า สมัยโบราณนานมาแล้ว โลกเรานี้มิได้มีดวงอาทิตย์เพียงแค่ดวงเดียวเท่านั้น แต่มีถึงสิบดวง นำมาซึ่งภัยพิบัติแต่โลกมนุษย์ ทำให้โลกร้อนระบุเป็นเพลิง ส่วนที่เป็นน้ำก็เหือดแห้งไป ภูเขาถล่มแผ่นดินแยก ต้นไม้ใบหญ้าแห้งกรอบ ผู้คนไม่มีที่จะไปหลบซ่อนอาศัย ในช่วงนี้เองได้ปรากฎวีรบุรุษคนหนึ่งชื่อ" โฮ่วอี้ " เป็นผู้ที่มีฝีมือในการยิงธนูได้อย่างมหัศจรรย์มาก เขาได้ยิงธนูขึ้นสู่ฟ้า เพียงดอกเดียวก็ยิงถูกดวงอาทิตย์ตกลงมาถึงเก้าดวง เหลืออยู่เพียงแค่ดวงเดียว ถือเป็นการขจัดทุกเข็ญให้กับบรรดาประชาชน ผู้คนจึงพากันยกย่องให้เขาเป็นกษัตริย์ แต่ทว่า พอเขาได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ เขาก็ลุ่มหลงในสุราและนารี ฆ่าฟันผู้คนตามอำเภอใจ กลายเป็นทรราช ราษฎรล้วนแต่โกรธแค้นและชิงชังเขาเป็นที่สุด โฮ่วอี้รู้ตัวว่าตัวเองคงจะอยู่เป็นสุขเช่นนี้ไปได้อีกไม่นาน จึงเดินทางไปที่ภูเขาคุนหลุน ( คุนลุ้น ) เพื่อขอยาอายุวัฒนะจากเจ้าแม่หวังหมู่มากิน แต่ฉังเอ๋อ ภรรยาของเขากลัวว่าถ้าสามีของเธอมีอายุยืนนานโดยไม่มีวันตายเช่นนี้ ก็จะเข่นฆ่าราษฎรต่อไปเรื่อยๆ ดังนั้นเธอเลยตัดสินใจกินยาอายุวัฒนะนั้นเสียเอง แต่พอกินเข้าไป ในฉับพลันทันใด ร่างของเธอก็เบาแล้วก็ลอยขึ้นไปสู่ดวงจันทร์ ยังมีนิทานอีกเรื่องเล่าว่า ศิษย์ของโฮ่วอี้ชื่อ" เฝิงเหมิ่ง " อิจฉาฝีมือการยิงธนูของโฮ่วอี้มาก คอยคิดแต่จะสังหารโฮ่วอี้ อยู่มาวันหนึ่ง เฝิงเหมิ่งถือโอกาสตอนที่โฮ่วอี้ออกไปล่าสัตว์บังคับให้ฉังเอ๋อ ภรรยาของโฮ่วอี้มอบยาอายุวัฒนะให้แก่ตนเอง แต่ฉังเอ๋อไม่ยอม โดยกินยาอายุวัฒนะที่มีอยู่ทั้งหมดลงท้องไป ผลก็คือ ร่างของเธอเบา และลอยขึ้นไปสู่ดวงจันทร์ในที่สุด นับแต่นั้นมา บนดวงจันทร์ก็ปรากฎนางฟ้าผู้งดงามและจิตใจดีเช่นฉังเอ๋อนี้

          เนื่องจากตำนานเรื่องต่างๆที่เล่าขานเกี่ยวกับดวงจันทร์ทั้งหลายนี้ ดังนั้นนับแต่สมัยโบราณเป็นต้นมา ผู้คนก็จะมีประเพณีการชมและบูชาดวงจันทร์ จักรพรรดิถือความนิยมในการบูชาพระอาทิตย์ในฤดูใบไม้ผลิ และบูชาพระจันทร์ในฤดูใบไม้ร่วง พวกราษฎรก็มีประเพณีการบูชาพระจันทร์ในฤดูใบไม้ร่วงด้วยเช่นกัน ในการบูชาพระจันทร์นั้น ตามปกติพิธีจะเริ่มหลังจากที่ดวงจันทร์ขึ้นแล้ว บางท้องที่สิ่งที่นำมาบูชาดวงจันทร์ได้แก่ขนมไหว้พระจันทร์ ผลไม้ ถั่ว ดอกหงอนไก่ หัวไชเท้า รากบัว เป็นต้น ในขณะที่ทำการบูชาดวงจันทร์นั้น เนื่องจากดวงจันทร์อยู่ธาตุหยิน ก็มักจะให้ผู้หญิงไหว้ก่อน แล้วถึงให้ผู้ชายไหว้ และก็ยังถึงกับมีความนิยมที่ว่าผู้ชายจะไม่ไหว้พระจันทร์อีกด้วย หลังจากไหว้พระจันทร์เสร็จแล้ว คนในครอบครัวก็จะร่วมกันดื่มสุราแห่งความกลมเกลียว และกินข้าวชมจันทร์ วันนี้ผู้หญิงที่กลับบ้านแม่ไปเยี่ยมญาติก็ยังต้องกลับบ้านมาเพื่อความกลมเกลียว
          ในฐานะที่ขนมไหว้พระจันทร์เป็นสิ่งของสำคัญในการบูชาดวงจันทร์ หลังจากการบูชาจบลง คนทั้งบ้านก็จะแบ่งกันกิน เนื่องจากขนมไหว้พระจันทร์เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความกลมเกลียว สะท้อนให้เห็นความหวังอันงดงามของผู้คนที่มีต่อชีวิตในอนาคตของพวกตน ดังนั้นบางที่ก็จะเรียก ขนมไหว้พระจันทร์ว่า " ขนมแห่งความกลมเกลียว "
          ตามที่เล่าขานสืบต่อกันมานั้น ขนมไหว้พระจันทร์ปรากฎขึ้นในสมัยราชวงศ์ถัง ครั้นถึงราชวงศ์ซ่ง ( ซ้อง ) ก็ยิ่งเป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้น ขนมไหว้พระจันทร์นั้นไม่เพียงแต่เป็นขนมที่สืบทอดกันมาโดยถือว่าเป็นผลิตผลจากสี่ฤดูกาลเท่านั้น ในด้านการทำ รสชาติก็ยังแตกต่างกันไปในแต่ละถิ่นที่ด้วย เช่นขนมไหว้พระจันทร์แบบซูโจว ขนมไหว้พระจันทร์แบบกว่างตง ( กวางตุ้ง ) ขนมไหว้พระจันทร์แบบเป่ยจิง ( ปักกิ่ง ) ขนมไหว้พระจันทร์แบบหนิงโป ขนมไหว้พระจันทร์แบบเฉาซาน ( แต้จิ๋ว- ซัวเถา ) ขนมไหว้พระจันทร์แบบหยุนหนาน ( ยูนนาน ) แม้แต่ในท้องถิ่นเดียวกัน ก็ยังมีการทำไส้ขนมที่ต่างกัน ลวดลายขนผิวขนมก็ต่างกัน และก็เรียกชื่อต่างกันไป เช่น ไส้ผลไม้ ไส้ถั่วแดง ไส้ลูกบัว ไส้แฮม ไส้ไข่เค็ม เป็นต้น
 

อ้างอิง  http://www.cccinter.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538841490&Ntype=4

วันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เคล็ดลับผิวดี

การปล่อยปละละเลยให้ผิวชำรุดทรุดโทรมจนดูร่วงโรยก่อนวัย แม้เครื่องสำอางชั้นดีแค่ไหนก็ยากที่จะเรียกความสดใสกลับคืนมาได้  นอกเสียจะช่วยไม่ให้คุณมีริ้วรอยมากไปกว่านี้ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณส่วนใหญ่ แนะนำว่าการดูแลผิว ต้องใส่ใจกันตั้งแต่วัยสาวๆนี่แหล่ะค่ะยิ่งเริ่มเร็วเมื่อไหร่ ก็จะยิ่งยืดความเสื่อมของเซลล์ไปได้มากขึ้น ลองมาดูเทคนิค 5 ข้อ เพื่อช่วยรักษาผิวสาวให้ดูสดใสไปนานๆค่ะ
1. ทาครีมกันแดด

่ผู้รู้เขาบอกว่า 80 % ของการเสื่อมของผิวหนังเกิดจากแสงแดด รังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดด เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดริ้วรอย เหี่ยวย่น เนื่องจากจะทำลายเส้นใยคอลลาเจน และอีลาสติคทำให้ผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่นได้ แต่อยู่เมืองไทยจะเลี่ยงไม่ให้โดนแดดกันเลย ก็เห็นจะยาก
จึงควรทาครีมปกป้องใบหน้าและลำคอเป็นประจำทุกวัน
ครีมกันแดดที่ใช้ควรมีค่า SPF 15 ขึ้นไปส่วนการขับรถในที่แดดจ้า โดยไม่สวมแว่นกันแดด ทำให้คุณต้องหยีตากันคลอดเวลา ก็ทำให้รอยตีนกามาเยือนได้ง่าย ๆ รวมทั้งการเผลอทำหน้านิ่วคิ้วยุ่งๆอยู่บ่อยๆ ก็เป็นที่มาของริ้วรอยทั้งสิ้น

2. ท่านอนทำให้เกิดริ้วรอย


ผู้เชียวชาญด้านผิวพรรณ บอกว่า ในช่วง 6-8 ชั่วโมง ของการนอนในแต่ละวัน มีผลทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าได้ โดยเฉพาะคนที่ชอบ นอนซุกหน้ากับหมอนจะทำให้ใบหน้าด้านที่ตะแคงเข้าหาหมอน

เกิดริ้วรอยมากกกว่าอีกด้าน

ยิ่งพวกที่ชอบเอามือก่ายหน้าผาก ก็ยิ่งทำให้ เกิดริ้วรอยมากขึ้น ซึ่งอาจหลีกเลี่ยงได้โดยเปลี่ยนมานอนหงายแทนหรือเลือกใช้หมอนที่อ่อนนุ่ม และใช้ปลอกหมอนเนื้อผ้าลื่นๆ อย่างผ้าซาติน จะสามารถแก้ปัญหาในจุดนี้ได้



3. กินอาหารดีๆอาหารที่ดี มีประโยชน์ และครบหมวดหมู่ จะช่วยให้ผิวพรรณสดใสได้ โดยเฉพาะวิตามินเอ ซีและอี ซึ่งมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยชะลอ การเสื่อมของเซลล์ผิว และอย่าลืมดื่มน้ำมากๆ วันละ 6-8 แก้ว ส่วนบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกฮอล์เป็นตัวการสำคัญที่บ่อนทำลายผิวหนัง ให้เสื่อมก่อนวัยอันควร
4. อดนอน ริ้วรอยมาเยือน

การพักผ่อนไม่เพียงพอ นอกจากทำให้สุขภาพทรุดโทรมแล้ว ใบหน้าก็ดูหมองคล้ำ อิดโรย และถ้าคุณอดนอนบ่อย ๆจะทำให้ริ้วรอยมาเยือนก่อนวัย



5. รู้จักผ่อนคลาย

ความเครียดที่ไม่มีโอกาสผ่อนคลาย เปิดโอกาสให้สิวจู่โจมได้ง่ายๆถ้าไม่อยากให้เกิดสิว ซึ่งพลอยทำให้ใบหน้าไม่สดใส ควรหาวิธีผ่อนคลายความเครียด การทำจิตใจให้สงบโดยการทำสมาธิ การฟังเพลงสบายๆ ชื่นชมกับธรรมชาติรอบตัว ให้เวลากับสุนัข
ของคุณ ก็ช่วยคลายเครียดได้





อ้างอิง  http://variety.teenee.com/foodforbrain/3358.html

วันพุธที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ปัญหาเด็กติดเกม

ปัญหาเด็กติดเกม
        ณ ปัจจุบันนี้มีเทคโนโลยีทันสมัยมามากขึ้นมากมายโดยเฉพาะเกม เกม คือโปรแกรมชนิดหนึ่งที่มีไว้เล่นหรือคลายเครียดเท่านั้นแต่เด็กบางคนก็ยังเล่นเกินไปทำเกิดเป็นปัญหาสังคม การติดเกมนั้นจะทำให้ ซึมเศร้า ไม่อยากนอน ขาดความรับผิดชอบ เชื่องช้า ก้าวร้าว ขาดวินัย เพราะฉะนั้นครอบครัวก็เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลเอาใจใส่และฝึกให้เด็กรู้จักประโยชน์และโทษของเกม